0
    คุณอยู่ในพื้นที่: เกี่ยวกับ Rodenstock  
 
ส่งแผ่นพับ
 
 
 

โปรดตอบคำถาม*

3

+

=

สิบเอ็ด

 

คำถามอื่น,
โปรดคลิก ที่นี่

 
 

*ช่องที่ต้องป้อนข้อมูล

 
 
nav-Id: 1654383 - doc-Id: 2004582
เกี่ยวกับบริษัท
รายการโปรด (0)
รายการโปรด (0)
รายการโปรดที่บันทึกไว้ในปัจจุบัน
 
 

No favourites

 
ค้นหา
ค้นหา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ประวัติความเป็นมาของ Rodenstock: เมื่อขนบบรรจบนวัตกรรม

ช่วงเวลาที่ยากลำบาก: เจาะลึกประวัติความเป็นมาของเรา

1877: จุดเริ่มต้นเรื่องราวแห่งความสำเร็จ1880: สินค้าขายดีชิ้นแรก1898: เส้นทางการขยายกิจการ1899: เทคโนโลยีแห่งนวัตกรรมผู้พลิกโฉมศตวรรษ1920: ทศวรรษ 1920 ยุคทองของ RODENSTOCK1959: พรีเซนเตอร์ระดับซูเปอร์สตาร์ของ RODENSTOCK1968: ผู้บุกเบิกและผู้นำแห่งเลนส์ในทวีปยุโรป1975: รับวิกฤตด้วยพลาสติก1981: ล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีเลนส์แว่นตา1991: ภาพลักษณ์แห่งแบรนด์1998: กรอบแว่นชั้นเลิศ – ใส่ใจทุกรายละเอียด2000: เห็นชัดขึ้น ดูดีขึ้น2006: นวัตกรรมครอบคลุมทุกด้าน2009: ความสำเร็จอันต่อเนื่อง2011: ปฏิวัติเทคโนโลยีเลนส์โปรเกรสซีฟ2014: คอลเลกชันใหม่2016: เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะ2017: 140 ปี โรเด้นสต๊อก2018: มิติใหม่แห่งการมองเห็น

1877: จุดเริ่มต้นเรื่องราวแห่งความสำเร็จ

Josef Rodenstock ก่อตั้งบริษัท “Optisches Institut G. Rodenstock” ขึ้นในเมือง Würzburg ร่วมกับ Michael ผู้เป็นน้องชาย บริษัทเริ่มดำเนินกิจการในปี 1878 โดยมีการจำหน่ายทั้งเลนส์ กรอบแว่น รวมถึงเครื่องมือวัดที่ทางบริษัทออกแบบขึ้นเอง

1880: สินค้าขายดีชิ้นแรก

Josef Rodenstock ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้พัฒนา “เลนส์ไดอะแฟรม” ขึ้น ซึ่งกลายเป็นสินค้ายอดนิยมในทันที หลังจากนั้นก็ได้มีการจดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์อีกเป็นจำนวนมาก เช่น เครื่องมือวัดเพื่อการตัดแว่น แม้ในปัจจุบัน แว่นตา Rodenstock ก็ยังต้องผ่านการปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละราย อันเป็นจุดเด่นที่ต่างจากแบรนด์อื่นๆ

1898: เส้นทางการขยายกิจการ

ภายหลังการซื้อทรัพย์สินของบริษัทในเมือง Munich ทาง Rodenstock ก็ได้สร้างโรงงานผลิตขนาดใหญ่ขึ้นในเมือง Regen ในเขต Bavarian Forest ในปี 1898 ตามด้วยการสร้างโรงงานขึ้นอีกหนึ่งแห่งในบริเวณเดียวกันในปี 1905 พร้อมกันนั้น Josef Rodenstock ก็ประสบความสำเร็จในการผลิตเลนส์และกรอบแว่นคุณภาพดีได้เป็นจำนวนมากในระดับอุตสาหกรรม

1899: เทคโนโลยีแห่งนวัตกรรมผู้พลิกโฉมศตวรรษ

Rodenstock ผลิตเลนส์กันแดดชิ้นแรกที่สั่งทำได้ตามความต้องการ พร้อมการป้องกันรังสี UV นอกจากนี้ ทางบริษัทยังได้เปิดตัวเลนส์สองชั้นตัวแรกที่มีพื้นที่การมองระยะใกล้ดีเยี่ยม และยังมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแว่นไร้กรอบ แว่นตาแบบขาหนีบจมูก แว่นขาเดียว รวมถึงกรอบแว่นทำจากเหล็กกล้า นิกเกิล ดูเบล (Doublé) และวัสดุอื่นๆ

1920: ทศวรรษ 1920 ยุคทองของ RODENSTOCK

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 Rodenstock ฟื้นตัวจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจได้เร็วกว่าบริษัทผลิตภัณฑ์ดูแลสายตารายอื่นๆ โดยได้มีการปรับปรุงวิธีการผลิต การพัฒนางานด้านเทคนิคและวิทยาศาสตร์ให้สมบูรณ์แบบ และการเพิ่มยอดขาย ท่ามกลางภาวะสับสนวุ่นวายในช่วงทศวรรษ 1920 Rodenstock ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรมด้านเทคนิค รวมถึงได้จดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก

1959: พรีเซนเตอร์ระดับซูเปอร์สตาร์ของ RODENSTOCK

Rodenstock เป็นผู้ผลิตแว่นตารายแรกที่เชิญดาราภาพยนตร์ระดับโลกมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์กรอบแว่นเปี่ยมสไตล์ ในปี 1959 ตามนิตยสารต่างๆ จะพบใบหน้าของ Hildegard Knef, Brigitte Bardot และ Gina Lollobrigida ได้ทั่วไป

1968: ผู้บุกเบิกและผู้นำแห่งเลนส์ในทวีปยุโรป

Rodenstock ก้าวสู่หลักชัยสำคัญอีกครั้งด้วยการเปิดตัวเลนส์เปลี่ยนสีอัตโนมัติ (phototropic) ตัวแรกในยุโรป ตามด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ อีกมากมาย รวมถึงแว่นตารุ่นแรกๆ ที่ใช้เส้นไนลอนที่มองไม่เห็นในการประกอบเลนส์

1975: รับวิกฤตด้วยพลาสติก

Rodenstock รับมือกับวิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1974 ด้วยนวัตกรรมด้านเทคนิคผู้พลิกโฉมวงการแว่นตา: เลนส์พลาสติก นอกจากนี้ Rodenstock ยังได้สร้างแม่พิมพ์ความแม่นยำสูงเพื่อการผลิตเลนส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความแข็งแกร่งให้บริษัทเหนือกว่าคู่แข่ง ในปี 1975 มียอดจำหน่ายเลนส์พลาสติกกว่า 130,000 ชิ้น และเพิ่มขึ้นถึง 2.6 ล้านชิ้นในปี 1980 ในปี 1986 Rodenstock ได้พัฒนาเลนส์เปลี่ยนสีชนิดพลาสติก ต่อมาในปี 1988 ได้พัฒนาเลนส์พลาสติกชนิดหักเหแสงสูง และตั้งแต่ปี 1989 ได้พัฒนาเลนส์แอสเฟียริคสองชั้นชนิดพลาสติกตัวแรกของโลก

1981: ล้ำหน้าด้านเทคโนโลยีเลนส์แว่นตา

Rodenstock นำเสนอเลนส์โปรเกรสซีฟรุ่นแรกที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัทในประเทศเยอรมนีภายใต้ชื่อ “Progressiv R” ซึ่งประสบความสำเร็จในทันทีด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าคู่แข่งในขณะนั้น

1991: ภาพลักษณ์แห่งแบรนด์

Rodenstock เริ่มใช้สัญลักษณ์ “R” เป็นโลโก้และเครื่องหมายการค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยตอกย้ำปรัชญาของบริษัทให้ชัดเจนยิ่งขึ้น: นั่นคือการที่แว่นตาเป็นสิ่งช่วยขับบุคลิกภาพของแต่ละคนให้โดดเด่น และเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จึงได้มีการดัดแปลงดีไซน์ในหลายคอลเลคชั่น ทำให้ผลิตภัณฑ์จาก Rodenstock เป็นที่ยอมรับทั้งในด้านนวัตกรรม น้ำหนักเบา และการใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้

1998: กรอบแว่นชั้นเลิศ – ใส่ใจทุกรายละเอียด

Rodenstock ได้รับรางวัลด้านดีไซน์เป็นครั้งที่ 50 จากผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่นแว่นตา รางวัลดังกล่าวคือสิ่งตอบแทนสำหรับความทุ่มเทในการดีไซน์ การพัฒนา และงานด้านวิศวกรรม ตัวอย่างของสิ่งที่ทำให้ Rodenstock เหนือกว่าคู่แข่ง เช่น แว่นบานพับทรงกระบอกขนาดเล็กมากที่ไม่ใช้สกรูแม้แต่ตัวเดียว เป็นต้น

2000: เห็นชัดขึ้น ดูดีขึ้น

ImpressionILT – คือชื่อของเลนส์โปรเกรสซีฟเฉพาะบุคคลตัวแรกของโลกที่ปรับให้เข้ากับพฤติกรรมการมองของแต่ละคนได้ 100%

2006: นวัตกรรมครอบคลุมทุกด้าน

ImpressionIST® Service Terminal คือตัวกำหนดพารามิเตอร์ต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งแว่นตาที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งการให้คำปรึกษาเรื่องเลนส์หรือแว่นตา รวมถึงระบบวัดสายตาด้วยวิดีโอสามมิติ นี่คือสิ่งที่ผลักดันให้ Rodenstock บุกเบิกตลาดใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมแว่นตา รวมถึงแนวคิดด้านการบริการอื่นๆ

2009: ความสำเร็จอันต่อเนื่อง

Rodenstock เปิดตัวเลนส์เนียร์คอมฟอร์ทนวัตกรรมชั้นนำของโลก เลนส์ Ergo® ตอบทุกโจทย์ในการทำงานได้เป็นอย่างดี พร้อมให้วิสัยทัศน์อันสบายตาและน่ารื่นรมย์ในทุกสถานการณ์การทำงาน

2011: ปฏิวัติเทคโนโลยีเลนส์โปรเกรสซีฟ

Rodenstock สร้างเลนส์เทคโนโลยี Eye Lens Technology (EyeLT®) สำเร็จเป็นรายแรกของโลก: ให้ผู้ใช้เปิดศักยภาพแห่งวิสัยทัศน์ได้เต็ม 100% เป็นครั้งแรกกับเลนส์ Impression® เทคโนโลยี DNEye®

2014: คอลเลกชันใหม่

โรเด้นสต๊อกสร้างไฮไลท์ในปี 2014 และขีดความสามารถในขอบเขตของการออกแบบอีกครั้งกับร็อคโคคอลเลกชันใหม่โดยโรเด้นสต๊อก

2016: เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ยานพาหนะ

“ขับขี่ปลอดภัยด้วยวิสัยทัศน์ที่คมชัด” โรเด้นสต๊อกเปิดตัวเลนส์สำหรับขับรถที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุสาหกรรมจาก TÜV (สถาบันรับรองความปลอดภัยของประเทศเยอรมัน) ซึ่งสามารถรองรับได้ทั้งเลนส์ชั้นเดียวและเลนส์โปรเกรสซีฟที่จะทำให้การมองเห็นขณะขับขี่ในสภาพแสงที่แตกต่างกันของท่านสมบูรณ์แบบที่สุด เพราะการมองเห็นที่ชัดเจนเป็นปัจจัยสำคัญของความมั่นใจในการขับขี่อย่างปลอดภัย
และปี 2016 โรเด้นสต๊อกเปิดตัวเทคโนโลยีที่มีเฉพาะโรเด้นสต๊อกอย่าง DNEye Scanner 2 เครื่องวัดสายตาหนึ่งเดียวที่สามารถนำค่าสายตาที่ได้ไปผลิตเลนส์ที่มีค่าเฉพาะตัวบุคคล

2017: 140 ปี โรเด้นสต๊อก

โรเด้นสต๊อกมีพนักงานถึง 4,500 คนจาก 85 ประเทศทั่วโลก
กรอบแว่นตารุ่นมาสเตอร์พีซ เปิดตัวครั้งแรกที่งานแว่นตาออพติ แฟร์ ผลิตขึ้นเป็นพิเศษจำนวนจำกัด นำเสนอเอกลักษณ์ความสร้างสรรค์กว่า 140 ปีของโรเด้นสต๊อกได้อย่างดีเยี่ยม

2018: มิติใหม่แห่งการมองเห็น

ตั้งแต่ปี 1900 การตรวจวัดสายตาอาศัยเพียงการคำนวณจากแบบจำลองดวงตาด้วยวิธีเดิมๆที่เรียกว่า Reduced Eye ซึ่งสวนทางกับเทคโนโลยีของเลนส์ที่พัฒนาไปไม่หยุดยั้ง
โรเด้นสต๊อกคือผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลง จากการตรวจวัดสายตาแบบเดิมที่ใช้ร่วมกันยาวนานกว่า 118 ปี สู่เทคโนโลยี DNEye Pro Technology ที่วัดกายวิภาคศาสตร์ของแต่ละดวงตา ถ่ายโอนข้อมูลสู่การผลิตเลนส์เฉพาะบุคคล ผลลัพธ์คือได้เลนส์ที่คมชัดที่สุดจากโรเด้นสต๊อก เพื่อวิสัยทัศน์ที่คมชัดทุกช่วงเวลา